การแก้ไขรอยแผลเป็นที่เกิดจากการศัลยกรรม

670

รอยแผลเป็น เป็นสิ่งมาคู่กับการศัลยกรรมและมีการพยายามคิดค้นหาวิธีการที่จะแก้ไขรอยแผลเป็นให้หายไป แต่ในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีวิธีใดที่จะแก้ไขรอยแผลเป็นให้หายสนิทได้

รอยแผลเป็นเกิดจาก?

รอยแผลเป็นเกิดขึ้นจากกระบวนการหนึ่งของการรักษาแผลที่ร่างกายสร้างขึ้น  ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนเพื่อช่วยในการสร้างเนื้อเยื้อขึ้นมาใหม่ ทำให้บาดแผลหายเป็นปกติ และทิ้งรอยไว้ ณ บริเวณที่เกิดแผล

เมื่อเกิดรอยแผลเป็นแล้วจะไม่มีวันหายขาดได้ ทำได้เพียงรักษาให้จางลงเท่านั้น ปกติแผลเป็นอาจจางไปเองเมื่อเวลาผ่านไป แต่หากพ้นช่วง 2 ปีแรกมีโอกาสน้อยมากที่จะจางลงอีก

3 ลักษณะของแผลเป็นที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  1. รอยแผลเป็นที่มีรูปร่างผิดไป เช่น นูนขึ้นมาหรือบุ๋มลงไป หรือมีพื้นผิวต่างกับผิวหนังส่วนอื่นๆ เช่น ผิวแตกลาย
  2. รอยแผลเป็นที่มีสีเปลี่ยนแปลงไป เช่น คล้ำ หรือมีสีเข้มขึ้น หรือมีสีที่จางลงกว่าปกติ
  3. รอยแผลเป็นที่เกิดและมีการหดรั้งของผิวหนังทำให้มีการดึงโครงสร้างอื่นๆผิดรูปไปหรือไม่อาจทำงานได้ เช่น แผลเป็นที่มืออาจทำให้ไม่สามารถกำสิ่งของต่างๆไว้ได้

5 วิธีการรักษาแผลเป็น

  1. ทายาแก้รอยแผลเป็น หรือลดรอยแผลเป็น เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยากลุ่มซิลิโคนเจล ยากลุ่มวิตามิน E และยากลุ่มมิวโคโพลีแซคคาไรด์ อย่าง Hirudoid เป็นต้น
  2. สมุนไพรตามธรรมชาติ เช่น ว่านหางจระเข้, มะนาว, หัวหอมใหญ่ และใบบัวบก ก็สามารถช่วยลดอาการบวมของรอยแผลเป็น และยังช่วยทำให้รอยแผลเป็นจางลงอีกด้วย
  3. ฉีดยาในกลุ่มสเตียรอยด์ สามารถทำให้แผลเป็นยุบและจางลง โดยปกติจะฉีดประมาณ 3 ครั้ง แต่ละ ครั้งเว้นระยะ 4-6 สัปดาห์
  4. การฉีดสารสังเคราะห์เช่น อาติคอล, คอลลาเจน, ไบโอพลาสติก, และฟิลเลอร์ เข้าไปในบริเวณใต้แผลเพื่อให้บุ๋มขึ้นมา
  5. การปรับสภาพบริเวณพื้นผิวของผิวหนัง เช่น การใช้เลเซอร์, การกรอผิว, หรือการทำเคมีคคอลพิลลิ่ง
  6. การผ่าตัดแผลเป็น เช่น การผ่าตัดเอาแผลเป็นออกแล้วเย็บเข้าไปใหม่ และการผ่าตัดย้ายหนังมาปิด

จะเห็นว่าการแก้ไขแผลเป็นมีหลายวิธีก็จริง แต่ก็ไม่มีวิธีที่จะรักษาลอยแผลเป็นให้หายสนิทได้ ดังนั้นก่อนจะทำอะไรควรทำให้ระมัดระวัง และผลจากการแก้ไขแผลเป็นจะได้ผลมากมายเพียงใด ขึ้นอยู่กับลักษณะของเนื้อเยื่อของคนไข้และการดูแลเอาใจใส่ของท่านเอง

เราจะป้องกันการเกิดแผลเป็นด้วยตัวเองได้อย่างไร?

การดูแลรักษาแผลเป็น ถือเป็นการป้องกันการเกิดแผลเป็นที่ดีที่สุด

ขั้นแรกของการทำแผลควรใช้น้ำเย็นล้างทำความสะอาด แล้วเช็ดรอบ ๆ แผลด้วยสบู่หรือผ้าสำหรับทำความสะอาด ไม่แนะนำให้ใช้สบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรง ไฮโดรเจนเพอร์อ็อกไซด์ ไอโอดีน หรือแอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและทำให้แผลหายช้า

หลังจากทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ควรใช้ผ้าปิดแผลเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย สิ่งสกปรก อีกทั้งยังช่วยเพื่อความชุ่มชื่นให้แผล ทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น ลดโอกาสการเกิดแผลเป็นไปในตัว

ทั้งนี้การดูแลรักษาแผลอย่างดี ไม่ได้ป้องกันการเกิดแผลเป็นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากแนวโน้มการเกิดแผลเป็นของแต่ละคนแต่ละบริเวณของร่างกายนั้นแตกต่างกัน แต่การป้องกันจะช่วยลดโอกาสการเกิดแผลเป็นลงได้ระดับนึง

 

สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาเรื่องศัลยกรรมมาหาเราได้เลย

“เราจะเป็นกระจกแห่งความงาม ที่สะท้อนความสวยในตัวคุณ”

สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่น จองคิวศัลยกรรม
Facebook : AreBeaute Clinic
Line : @arebeauteclinic
IG: arebeauteclinic
Tel : 02-945-4851

#AreBeauteClinic #ศัลยกรรม
#ทำหน้า #ทำนม #Botox #ทำตา
#ทำตาสองชั้น #ทำจมูก
#เสริมความงาม #คุณหมอเค
#เกรดพรีเมี่ยมเท่านั้น
#มาตราฐานการแพทย์
#ร้อยไหมศัลยกรรม #ดึงหน้า
#เสริมคาง #ลดโหนกแก้ม #แก้ไขร่องแก้ม
#ยกมุมปาก #ยกคิ้ว #เสริมจมูก
#ดึงหางตา #ตัดกราม
#คุณหมอมากประสบการณ์กว่า25ปี